1
t
3
 
 
1
 
 
1234567
 
 

           ยุคที่  ๔  ยุคกาวิละวงศ์  หลักฐานรายชื่อวัดในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่
ในปีพุทธศักราช  ๒๔๔๐  สมัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์  และสมัยของเจ้าอินทวโรรส  เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่  ลำดับที่  ๗ และ ๘  มีบันทึกไว้ว่า “ วัดโลกโมฬี  ตั้งอยู่แขวงบ้านทับม่านขึ้นกับแคว้นเจ็ดยอด  เจ้าอธิการชื่อ  ตุ๊พวง  นิกายเชียงใหม่  ยังไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์  รองอธิการชื่อ  ตุ๊คำ   และในปีพุทธศักราช  ๒๔๕๒-๒๔๘๒  พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ  เจ้าครองนครเชียงใหม่ลำดับที่  ๙  ได้  บูรณะวัดโลกโมฬี  เหนือเวียงและสร้างพระพุทธรูปพร้อมทั้งธรรมมาสน์
         หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ที่จะบอกถึงความเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาต่อเนื่องมาอีก  นับแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่  ๒

         ประมาณปีพุทธศักราช  ๒๔๘๔  วัดโลกโมฬี  ก็ตกอยู่ในสภาพเป็นวัดที่ว่างเว้นจากผู้ปกครองสงฆ์นาน  ๖๐  ปี  ที่ดินของวัดในอดีตก่อนหน้านั้นมีเนื้อที่กว้างขวางหลายสิบไร่  ได้ถูกถือครองโดยเอกชนและต่อมามีการออกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหลายแปลง  จึงเหลือเนื้อที่ตามที่ปรากฏในหลักฐานขึ้นทะเบียนเป็นวัดร้าง   ในความดูแลของกรมศาสนา  จำนวนเนื้อที่ ๔-๑-๓๗  ไร่ พื้นที่ด้านหน้าของพระเจดีย์   ซึ่งติดถนนมณีนพรัตน์       กองศาสนาสมบัติกลางกรมการศาสนา              ได้ให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่าเป็นที่ทำการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่        เป็นระยะเวลากว่า ๓๐  ปี    อีกส่วนด้านทิศตะวันออก   ได้ให้สมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือเช่า  เป็นที่ทำการของสมาคม ฯ เป็นระยะเวลาหลายสิบปีเช่นกัน   และต่อมาสมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือได้ให้บริษัทโคโนโก้เช่าต่อ  ถือสัญญาเช่ามีระยะเวลา  ๓๐  ปี  (๒๕๓๕)   มีการปรับปรุงเป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง   ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

 
7
 
9